ซึ่งตัว NSClient++ นั้น จากที่ได้ทดสอบ จะรองรับการทำงานบน
• Windows 2000
• Windows XP
• Windows 2003
• Windows Vista
แต่การติดตั้งวันนี้ผมจะทำบน Remote Windows Host ที่เป็น Windows XP นะครับ (ไม่คล่องใช้งาน windows เลย อิอิ…)
1. ก่อนอื่น ต้องมี NSClient++ ก่อนครับโดยดาวน์โหลดได้ที่
http://inms.in.th/netham/files/

- Copy Folder NSClient++ ที่ได้ทำการ Unzip แล้วไปไว้ที่ Local Disk (C:)
- เข้าสู่ Dos โดยไปที่ Start Menu > Runs > พิมพ์ cmd > กด OK
- เข้าสู่ folder NSClient++ โดยพิมพ์คำสั่ง
- เข้าสู่ Dos โดยไปที่ Start Menu > Runs > พิมพ์ cmd > กด OK
- เข้าสู่ folder NSClient++ โดยพิมพ์คำสั่ง
cd c:\
cd “NSClient++”
- ทำการติดตั้ง NSClient++ โดยพิมพ์
nsclient++.exe /install
2. หลังจากติดตั้ง NSClient++ เรียบร้อยแล้ว เราจะต้องตั้งค่าขั้นต้นกันครับ
- กลับสู่ folder NSClient++ ใน C:
- เปิดไฟล์คอนฟิก nsc.ini เราจะเปิดด้วย Text editor อะไรก็ได้ แล้วแต่สะดวกครับ จากนั้นให้เอา comment ออกที่ตำแหน่ง
- กลับสู่ folder NSClient++ ใน C:
- เปิดไฟล์คอนฟิก nsc.ini เราจะเปิดด้วย Text editor อะไรก็ได้ แล้วแต่สะดวกครับ จากนั้นให้เอา comment ออกที่ตำแหน่ง

ในหัวข้อ [Settings] ให้เอา “ ; ” หน้าข้อความ allowed_hosts ออก และทำการเติมหมายเลข IP Address ของ NetHAM


ในหัวข้อ [NSClient] ให้เอา “ ; ” หน้าข้อความ port=12489 ออก

3. จากการตั้งค่าขั้นต้น ได้เปิด port 12489 ไว้เพื่อให้ NSClient ติดต่อกับ NetHam ซึ่งถ้า Windows ของคุณปิด Firewall อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้อง Config อะไรบน Windows เพิ่มครับ แต่เพื่อความปลอดภัยแล้ว ควรเปิด Firewall และสร้าง Exception port แค่ที่เราต้องการใช้งาน เพื่อป้องกันการบุกรุกจากผู้ไม่ประสงค์ดีครับ
- สั่งให้ firewall เปิด port 12489

3. จากการตั้งค่าขั้นต้น ได้เปิด port 12489 ไว้เพื่อให้ NSClient ติดต่อกับ NetHam ซึ่งถ้า Windows ของคุณปิด Firewall อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้อง Config อะไรบน Windows เพิ่มครับ แต่เพื่อความปลอดภัยแล้ว ควรเปิด Firewall และสร้าง Exception port แค่ที่เราต้องการใช้งาน เพื่อป้องกันการบุกรุกจากผู้ไม่ประสงค์ดีครับ
- สั่งให้ firewall เปิด port 12489
Control Panel > Windows Firewall > Exceptions > คลิก Add Port…

กรอกข้อมูลดังต่อไปนี้ แล้วกด OK
4. สั่งให้ NSClient++ ทำงานเป็น daemon โดย คลิกขวาที่ My Computer และเลือก Service
5. ทดสอบคำสั่งโดยพิมพ์คำสั่งที่ NetHAM ดังนี้
cd /usr/local/nagios/libexec/
6. การสร้างชุดคำสั่ง Command line ใน NetHAM
- เข้าสู่ NetHAM
- สร้างคำสั่งโดยไปที่เมนู คำสั่ง > คลิกกำหนดคำสั่ง

- เข้าสู่ NetHAM
- สร้างคำสั่งโดยไปที่เมนู คำสั่ง > คลิกกำหนดคำสั่ง

7. สร้างคำสั่งโดยกรอกรายละเอียดดังต่อไปนี้
** Command line ต้องทำการใส่คำสั่งตาม Pattern ดังนี้
$USER1$/check_nt -H $HOSTADDRESS$ -p 12489
แล้วตามด้วย Command line ที่จะส่งไปตรวจสอบเครื่องบริการ
$USER1$/check_nt -H $HOSTADDRESS$ -p 12489
แล้วตามด้วย Command line ที่จะส่งไปตรวจสอบเครื่องบริการ
2. คลิกที่ เพิ่ม เพื่อทำการสร้างเซอร์วิส
3. กรอกข้อมูลของเซอร์วิสในหน้าจอกำหนดเซอร์วิส
ร์วิส ซึ่งเราจะตั้งอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่ซ้ำกับเซอร์วิสอื่นๆ เนื่องจาก ชื่อเซอร์วิสตรงนี้จะไปปรากฏในหน้าจอมอนิเตอร์ครับ
หมายเลขที่ 2 เป็นรายละเอียด หรือ Description อย่างง่าย
หมายเลขที่ 3 เป็นการกำหนดให้เซอร์วิสนี้พร้อมใช้งาน
หมายเลขที่ 4 เป็นการ mapping กับ command ที่สร้างไว้ในขั้นตอนแรก
หมายเลขที่ 5 เป็นการบันทึกการตั้งค่าทั้งหมด
4. กลับเข้าสู่หน้า Monitor เมื่อคลิกที่เครื่องบริการจะพบเซอร์วิสที่ได้จากการตรวจสอบโดย NSClient++
ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ทั้ง CPU Load, Disk Usage, Uptime, Process state ของโปรแกรมที่รันบน client ได้ครับ
ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ทั้ง CPU Load, Disk Usage, Uptime, Process state ของโปรแกรมที่รันบน client ได้ครับ
สรุป
การเข้าถึงข้อมูลที่เป็น Local Status เช่น ข้อมูล CPU Load, Memory Usage ซึ่งเป็นข้อมูลที่โดยปกติไม่สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก จำเป็นต้องติดตั้ง agent ไว้ที่ server ก่อน จากตัวอย่างคือ NSClient++ โดย agent จะส่งข้อมูลที่ต้องการผ่าน port ที่ตั้งค่าไว้ เมื่อ NetHAM รับค่าได้ ก็จะนำมาประมวลผล และแสดงในผลลัพท์ที่ผู้ใช้ต้องการครับ
แหล่งที่มา
เอกสารในงานอบรมการใช้โปรแกรมตรวจสอบสถานะของเครือข่ายและบริการ NetHAM (Network Health Analysis and Monitoring) โดย ชาวีร์ อิสริยภัทร์ , ธนชัย คงพูล
เว็บไซต์ http://nsclient.org/nscp/
การเข้าถึงข้อมูลที่เป็น Local Status เช่น ข้อมูล CPU Load, Memory Usage ซึ่งเป็นข้อมูลที่โดยปกติไม่สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก จำเป็นต้องติดตั้ง agent ไว้ที่ server ก่อน จากตัวอย่างคือ NSClient++ โดย agent จะส่งข้อมูลที่ต้องการผ่าน port ที่ตั้งค่าไว้ เมื่อ NetHAM รับค่าได้ ก็จะนำมาประมวลผล และแสดงในผลลัพท์ที่ผู้ใช้ต้องการครับ
แหล่งที่มา
เอกสารในงานอบรมการใช้โปรแกรมตรวจสอบสถานะของเครือข่ายและบริการ NetHAM (Network Health Analysis and Monitoring) โดย ชาวีร์ อิสริยภัทร์ , ธนชัย คงพูล
เว็บไซต์ http://nsclient.org/nscp/














ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น